ประยุทธ์ เสนออาเซียน-จีนร่วมต้านโควิด-19 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2020-11-12
Share
201112-TH-ASEAN-virtual-620.jpg ภาพจากการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 37 โดยมีนาย เหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม (กลาง) ในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ และผู้นำสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศเข้าร่วม ผ่านระบบทางไกล จากฮานอย ประเทศเวียดนามวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563
เอพี

ในวันพฤหัสบดีนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมสุดยอดอาเซียน - จีน ครั้งที่ 23 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยเสนอให้ อาเซียนและจีน ร่วมมือกันเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านสาธารณสุข-ป้องกันรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ และความยั่งยืน

พล.อ.ประยุทธ์ ประชุมทางไกลครั้งนี้ ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยเป็นการประชุมร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจากทั้ง 10 ประเทศ และนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน การประชุมมี นายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามเป็นประธานการประชุม

“ผมขอเสนอแนวทางที่จะฟื้นฟูภูมิภาคของเรา ให้กลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมด้วยการกำหนดอนาคตร่วมกันดังนี้ ประการที่ 1 อนาคตทางสาธารณสุข เราควรร่วมมือกัน เสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับโลก ไทยขอขอบคุณจีนที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนข้อริเริ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะการสมทบกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 จำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และยินดีที่จีนประกาศให้วัคซีน และยาต้านไวรัสโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะ ซึ่งอาเซียนได้รับการจัดสรรและใช้ประโยชน์จาก วัคซีน และยาดังกล่าวเป็นลำดับต้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

หลังสิ้นสุดการประชุม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยแก่สื่อมวลชนว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เสนอ 3 แนวทางเพื่ออนาคตร่วมกัน คือ อนาคตทางสาธารณสุข อนาคตทางเศรษฐกิจ และ อนาคตที่ยั่งยืน

“อนาคตทางสาธารณสุข… ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับมิตรประเทศในการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนร่วมทำวิจัย พัฒนา และผลิตยา เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประเทศในภูมิภาค อนาคตทางเศรษฐกิจ… ซึ่งอาเชียนและจีน ต้องร่วมมือกันเสริมสร้างความแข็งแกร่งบนพื้นฐานของการพึ่งพาระหว่างกันทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้น ยึดมั่นระบบการค้าพหุภาคี สานต่อบูรณาการทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค” นายอนุชา ระบุ

“อนาคตที่ยั่งยืน... อาเซียนและจีนต้องร่วมมือกันเสริมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ยินดีที่จะร่วมประกาศให้ปี 2564 เป็นปีแห่งความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอาเซียน-จีน นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำความพร้อมในการร่วมมือกับอาเซียนและจีนที่จะต่อสู้กับความยากจน ความหิวโหย และภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน” นายอนุชา สรุป

นอกจากนั้นในการประชุมครั้งนี้ นายเหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ระบุว่า อาเซียนจะสรุปการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) อย่างเป็นทางการ และอาจมีลงนามข้อตกลงดังกล่าว รวมถึง อนุมัติกรอบแผนฟื้นฟูอาเซียนที่ครอบคลุม (ASEAN Comprehensive Recovery Framework)

“อาเซียนควรให้ความสำคัญกับทรัพยากรและความพยายามลดความเสี่ยงของโรคโควิด-19 อย่างค่อยเป็นค่อยไป ช่วยกันทำให้วัคซีนและวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพ พร้อมใช้งานโดยเร็วที่สุด และส่งเสริมมาตรการสนับสนุนธุรกิจ กลับมาดำเนินการผลิตและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อรับประกันการจ้างงานและการดำรงชีวิตของประชาชนท้องถิ่น” นายฟุก ระบุระหว่างการประชุม

นอกจากนี้ นายฟุก ยังกล่าวว่า อาเซียนและญี่ปุ่น ได้ตกลงที่จะจัดตั้งศูนย์อาเซียนสำหรับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่ เพื่อให้ภูมิภาคสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาดในอนาคตได้ดีขึ้น

ในวันพฤหัสบดีนี้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันแล้วทั้งสิ้น มากกว่า 950,000 ราย โดยจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ดี ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค อาจยังไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจาก การประชุมมี 15 ชาติเข้าร่วม แต่ประเทศอินเดีย ยังแสดงท่าทีไม่เต็มใจกับการเปิดตลาด เนื่องจากมีความกังวลว่า หากเข้าร่วมยอดขาดดุลการค้ากับจีนอาจขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่คาดการณ์ว่าจะมีการลงนามร่วมในวันสุดท้ายของการประชุมสุดยอดอาเซียน 4 วัน

ส่วนการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 พฤศจิกายน 2563 โดยเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ทำให้การประชุมในปีนี้ เป็นการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ และขณะที่ผู้นำ 9 ประเทศสมาชิกเข้าร่วมครบ แต่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมประชุม เนื่องจาก อยู่ระหว่างกักตัว 14 วัน หลังพบกับ นายเปเตอร์ ซิยาร์โท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของฮังการี ซึ่งพบว่า ติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างเดินทางมาประเทศไทย อย่างไรก็ดี ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมด้วย สำหรับอาเซียนก่อตั้งเมื่อปี 2510 ประกอบด้วยบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยประเทศเวียดนามเป็นประธานอาเซียนในปี 2563

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง