ศาลปทุมวันรับฟ้องธนาธรและพวก เหตุจัดชุมนุม 14 ธ.ค. 62

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช และนนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2020-10-29
Share
201029-TH-court-opposition-1000.jpg นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (ซ้ายมือ) ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวเรื่องการถูกฟ้องข้อหาละเมิดพรบ.ชุมนุมสาธารณะ โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ถัดไปทางขวามือ) และนายปิยบุตร แสงกนกกุล รับฟัง วันที่ 29 ตุลาคม 2563
ภาพโดยคณะก้าวไกล

ในวันพฤหัสบดีนี้ ศาลแขวงปทุมวันรับฟ้องคดีที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยอดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่อีกห้าราย จากการจัดการชุมนุม “ไม่ถอย ไม่ทน” บนสกายวอล์คปทุมวัน เมื่อเดือนธันวาคม 2562 หลังจากคณะกรรมการเลือกตั้งชี้มูลความผิดให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบอนาคตใหม่

ในวันเดียวกันนี้ ศาลยกคำร้องขอออกหมายจับ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ และพวก กรณีจัดชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมัน เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร และพวก กล่าวแก่สื่อมวลชนว่า ในคดีนี้เป็นคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายปิยบุตร แสงกนกกุล​ อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่, น.ส. พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐม เป็นจำเลยในวันนี้ โดยจำเลยทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธ และพร้อมจะต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งศาลขอนัดตรวจพยานหลักฐาน ในเวลาสิบโมงเช้า ของวันที่ 22 ธันวาคมนี้

“กรณีไม่ถอยไม่ทน ก็ฟ้องหลายข้อหา ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ว่าชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงาน ชุมนุมใกล้เขตพระราชฐาน คือ วังสระปทุม ไม่เกิน 150 เมตร มีการขัดขวางการคมนาคมรถไฟฟ้าบีทีเอส มีกรณีใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต สุดท้ายก็คือ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก แล้วไม่เลิกเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะ ศาลสั่งคำให้การแล้ว พวกเราทั้งห้า ก็ให้การปฏิเสธ” นายกฤษฎางค์ กล่าว

“คดีแบบนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ก็โดนใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ชนะบ้างแพ้บ้าง บางทีไม่ใช่การชุมนุมสาธารณะ เป็นกรณีที่พบปะประชาชน ส่วนเรื่องการชุมนุมไม่เกิน 150 เมตร มันเป็นกรณีที่กล่าวอ้างแบบลอยๆ เพราะจากการตรวจสอบของฝ่ายเราแล้ว จุดที่ชุมนุมมันอยู่ห่างเกิน 150 เมตร และไม่เคยมีการเตือนและพิพากษาลงโทษเกี่ยวกับกรณีนี้ที่ผ่านมา แนวทางต่อสู้ก็คือ เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ” นายกฤษฎางค์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับคดีในวันนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 นายธนาธร และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่หลาย ๆ คนได้ประกาศชุมนุมบนสกายวอล์คปทุมวัน มีประชาชนจำนวนหลายพันคนเข้าร่วมชุมนุมเต็มพื้นที่ จนล้นลงไปอยู่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยการชุมนุมครั้งดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีที่มีผู้ร้องว่าพรรคกระทำความผิดจากการกู้ยืมเงินนายธนาธร เป็นเงิน 191 ล้านบาท เพื่อใช้ในกิจการพรรค โดย กกต. ตีความการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการรับเงินบริจาคที่ผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งต่อมาในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษายุบพรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค 16 คน เป็นเวลา 10 ปี

ทั้งนี้ สำหรับกรณีการชุมนุม “ไม่ถอย ไม่ทน” นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร ซึ่งปัจจุบัน ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ อดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล ผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง ได้รับการแจ้งจากอัยการแล้วว่าทั้งหมดถูกอัยการส่งฟ้องต่อศาลในคดีเดียวกันกับอดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เมื่อ วันที่ 26 ตุลาคม 2563

ต่อการฟ้องครั้งนี้ นายธนาธร ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานคณะก้าวหน้า กล่าวก่อนเข้าฟังการสั่งฟ้องว่าการเร่งรัดคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ จะไม่กระทบต่อการชุมนุมของประชาชน

“เรียนรัฐบาลว่า การคิดว่าถ้าเด็ดหัวแกนนำได้ ถ้าเอาแกนนำเข้าคุกได้ เรื่องจะจบ เอาผม เอาคุณพิธา เอาอาจารย์ปิยบุตร เอาคุณช่อ เข้าคุกได้เรื่องจะจบ อันนี้คิดผิด โจทย์ที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า พวกเราอยู่เบื้องหลังการชุมนุมของนักศึกษา พวกเราเป็นคนยุยงปลุกปั่นนักศึกษา พวกเขาที่อยู่ข้างนอกนั่น เคลื่อนไหวด้วยเจตนารมณ์อันเป็นเสรีของเขาเอง พวกเขาก็จะเรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้องต่อ” นายธนาธร กล่าว

“เข้าใจปัญหาสังคมผิดก็นำมาสู่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ผิด การจับพวกเราและแกนนำคนอื่นๆ เข้าคุก ไม่ทำให้ปัญหาจบหรอกครับ มีแต่จะยิ่ง ทำให้ความโกรธแค้นของประชาชนบานปลายไป” นายธนาธร กล่าวเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน นายพิธา อดีต ส.ส. พรรคอนาคตใหม่นั้น ยืนยันว่าจะต่อสู้คดีถึงที่สุดไม่หนีอย่างแน่นอน

“ไม่มีความกังวลใดๆ ครับ ศาลปล่อยโดยที่ไม่มีเงื่อนไข แต่ว่าจะมีการเปิดประชุมสภาเร็วๆ นี้ ต้องแล้วแต่มติของสภาเหมือนอย่างคราวที่แล้ว ผมก็พร้อมที่จะสู้คดีอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าจะในกรณีไหน ที่ศาลพิเคราะห์มาก็พร้อมจะมา ไม่มีการหลบหนีแน่นอน” นายพิธา ระบุ

เมื่อวานนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล หรืออดีตพรรคอนาคตใหม่ พ้นจากสภาพ ส.ส. เนื่องจากปรากฏหลักฐานว่า นายธัญญ์วาริน ถือครองหุ้นในกิจการสื่อมวลชนในวันสมัครรับเลือกตั้ง โดยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท เฮดอัพ โปรดักชั่น และบริษัท แอมฟายน์ โปรดักชั่น จำกัด ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จึงขัดต่อ รัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบกับมาตรา 98 (3)

ขณะที่ในกรณีคล้ายคลึงกัน ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล 29 คน และ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ถูกร้องอีก 28 คน ศาลวินิจฉัยให้ทำหน้าที่ต่อไปได้ เนื่องจากไม่มีความผิดตามที่ถูกร้อง สำหรับกรณีการถือหุ้นสื่อมวลชนนั้น เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นายธนาธร สิ้นสมาชิกภาพ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ หลังพบว่านายธนาธร ถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งเคยเป็นบริษัทผลิตนิตยสาร ขณะที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ศาลยกคำร้องออกหมายจับแกนนำคณะราษฎร

ในวันเดียวกัน ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ไต่สวนคำร้องขอหมายจับ จ. 489/2563 ที่ พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.อคฝ. รักษาราชการแทน ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ยื่นขอออกหมายจับ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์, นายกรกช แสงเย็นพันธ์, นายชนินทร์ วงษ์ศรี, นายชลธิศ โชติสวัสดิ์ และ น.ส.เบนจา อะปัญ ในความผิดฐานร่วมกันเกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามมาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ

จากกรณีที่เป็นกลุ่มบุคคลดังกล่าวไปชุมนุมที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย บนถนนสาทร เมื่อค่ำวันที่ 26 ตุลาคม 2563 และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร้องขอออกหมายจับในวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ศาลได้ไต่สวนผู้ร้องและตรวจสอบพยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาเป็นนักศึกษา การชุมนุมระยะเวลาสั้น ยังไม่ปรากฏว่า กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงเห็นควรให้ผู้ร้องไปดำเนินการออกหมายเรียกก่อน ในชั้นนี้ให้ยกคำร้อง

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้รายงานว่า แหล่งข่าวในรัฐสภาเยอรมนีได้กล่าวว่า ทางเยอรมนีเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ไทยไม่ได้ละเมิดข้อห้ามในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางการเมือง ในขณะที่ทรงประทับในแคว้นบาวาเรีย ตามที่มีสมาชิกรัฐสภาพรรคกรีน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของเยอรมันได้หยิบยกขึ้นมาถามนายไฮโกะ มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมัน เมื่อเร็ว ๆ นี้

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง