ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตรายที่ 59 ล่าสุดหลัง 109 วัน

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
2020-09-18
Share
200918-.TH-COVID-death-1000.jpg พนักงานต้อนรับของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ขณะแสดงมาตรการความปลอดภัยก่อนเครื่องบินขึ้น จากสนามบินเกาะสมุย วันที่ 21 สิงหาคม 2563
เอเอฟพี

ในวันศุกร์นี้ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ชาวไทย ซึ่งกลับมาจากซาอุดิอาระเบีย เสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย ด้าน กรมควบคุมโรคยืนยัน ไม่มีผู้ติดเชื้ออื่น ๆ จากผู้เสียชีวิตรายนี้ ถือเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกในรอบ 109 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563

นายแพทย์พจน์ อินทลาภาพร แพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยในการแถลงข่าวที่กระทรวงสาธารณสุขว่า ผู้เสียชีวิตเป็นล่ามแรงงาน ซึ่งติดเชื้อโควิด-19 และมีอาการปอดอักเสบ รวมทั้งหยุดหายใจ ตั้งแต่อยู่ในซาอุดิอาระเบีย ก่อนส่งกลับมารักษาตัวในประเทศไทย

“ผู้ป่วยมีภาวะปอดอักเสบอย่างรุนแรงจากภาวะโควิด-19 ก่อนมา เมื่อเริ่มฟื้นสภาพก็จะมีภาวะพังพืดในปอด ทำให้การหายใจค่อนข้างลำบาก ตรวจพบว่า ยังติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนอยู่ ซึ่งดื้อยา คลื่นหัวใจของผู้ป่วยมีความผิดปกติ เนื่องจากผู้ป่วยเคยหยุดหายใจ เมื่อสองวันที่ผ่านมา มีการติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะปอดอักเสบทำให้ผู้ป่วยทรุดลงอย่างรวดเร็ว ร่วมกับภาวะการทำงานล้มเหลวของอวัยวะอื่น มีภาวะไตวาย ปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ประกอบร่วมกันจึงทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ในวันนี้” นายแพทย์พจน์ กล่าว

ขณะที่ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้ถูกพบว่าติดเชื้อตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 และอยู่ในภาวะป่วยมาตลอด

“ชายไทยอายุ 54 ปี เป็นล่ามของสำนักแรงงานของไทย ทำงานอยู่ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นเวลาเป็น 10 ปี คนไข้คนนี้ไม่สบายแล้วก็เริ่มป่วย ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมเริ่มมีอาการนิดหน่อย ได้รับการตรวจที่ประเทศซาอุฯ เจอเชื้อว่าเป็นโควิด วันที่ 21 กรกฎาคม คนไข้มีหยุดหายใจวันที่ 10 สิงหา ต้องปั้มหัวใจ และใส่ท่อช่วยหายใจ เป็นรายละเอียดที่เราได้รับที่ซาอุดิอาระเบีย ได้รับการวินิจฉัยรักษาที่นั่น นำส่งโดยเครื่องบินพยาบาล มาถึงประเทศไทยตีหนึ่งครึ่งของวันที่ 2 กันยายน” นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้ถูกบันทึกเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 3,430 ของประเทศไทย ณ วันที่ 4 กันยายน 2563

“เดินทางเข้ามาประเทศไทยด้วย เครื่องบินพยาบาล เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 มีระบบการป้องกันการติดเชื้อทีมที่มาส่ง ไม่ได้เข้ามาประเทศไทย ส่งเสร็จก็กลับไปเลย ผู้ป่วยรายนี้เดินทางเข้าประเทศไทยภายใต้ระบบดูแลรักษาพยาบาล ที่ได้มาตรฐาน และป้องกันการติดเชื้อ หลังจากนั้นไม่มีใครที่ป่วยเกี่ยวกับผู้ป่วยรายนี้เพิ่มเติม” นายแพทย์โสภณ กล่าว

ทั้งนี้ ในวันที่ 18 กันยายน 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานว่า ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 7 ราย สามารถกลับบ้านได้ 3 ราย ผู้ป่วยรายใหม่เป็นคนที่ไทยเดินทางกลับมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย 4 ราย จากกาต้าร์ 1 ราย ทั้งหมดเข้าสถานกักกันโรคที่รัฐจัดไว้ให้ และชาวบังกลาเทศ 1 ราย และปากีสถาน 1 ราย ซึ่งเข้าสถานกักกันโรคทางเลือก ทำให้ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 3,497 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศ 1,052 ราย และติดเชื้อในประเทศ 2,445 ราย

สำหรับประเทศไทย มีการประกาศว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ผู้ติดเชื้อรายดังกล่าวเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ทำให้ไทยถือเป็นประเทศแรกในโลกที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 นอกประเทศจีน หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายแรก กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ประชาชนที่เดินทางมาจาก เมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน ภายใน 14 วัน หากพบว่า มีอาการไข้ เจ็บคอ น้ำมูกไอ เสมหะ หรือหายใจเหนื่อยหอบ ให้รีบพบแพทย์ หรือแจ้งมายังกระทรวงสาธารณสุขทันที ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค โทร.1422 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถรักษา และยับยั้งการแพร่ระบาดได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่ต่อมาจะมีการตั้ง ศบค. และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมโรค ในเดือนมีนาคม 2563 มีการห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย

ปัจจุบัน โควิด-19 ลุกลามแพร่ระบาดทั่วโลกถึง 188 ประเทศ จนมีผู้ติดเชื้อแล้ว 30,290,791 ราย มีผู้เสียชีวิต 947,919 ราย มีผู้รักษาหายแล้ว 20,549,203 ราย โดยสหรัฐอเมริกา อินเดีย บราซิล และรัสเซีย คือประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ