สงขลา ยกระดับความปลอดภัย หลังคนร้ายระเบิดนางเงือก-เสาไฟฟ้า

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
2018-12-27
Share
181227-TH-songkhla-bomb-800.jpg เจ้าหน้าที่อีโอดีตรวจสอบบริเวณรูปนางเงือก บนชายหาดสมิหลา ที่เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา วันที่ 27 ธ.ค. 2561
มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์

นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวในวันพฤหัสบดีนี้ว่า ได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดสงขลา หลังจากที่มีระเบิดรูปปั้นนางเงือกที่หาดสมิหลา เมื่อตอนดึกของคืนวานนี้ รวมทั้งการวางระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่อำเภออื่นๆ ของจังหวัด เจ้าหน้าที่หลายส่วนเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ในวันนี้ นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์  พร้อมด้วยพลเรือโท ชุตินธร ทัตตานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 พลตรีจตุพร กลัมพสุต รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ร่วมกันแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรือ EOD ยืนยันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานนี้ว่า มีระเบิด 2 จุด คือ บริเวณรูปปั้นประติมากรรมนางเงือก เป็นบรอนซ์รมดำ ได้รับความเสียหายบริเวณหาง ส่วนจุดที่ 2 บริเวณประติมากรรมรูปหนูและแมว ห่างจากจุดแรกประมาณ 300 เมตร ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

ส่วนในวันนี้ เจ้าหน้าที่พบว่าคนร้ายยังลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตอีก 2 ต้น โดยจุดแรกอยู่ในพื้นที่ หมู่ 13 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง ซึ่งผูกไว้บริเวณโคนเสาไฟฟ้า 2 จุด ทำให้ให้ขาเสาไฟฟ้าแรงสูงขาดทั้ง 2 ต้น ส่วนอีกจุดอยู่ถัดออกไปในพื้นที่หมู่ 4 ต.ท่าช้าง เขตรอยต่อ อ.บางกล่ำ กับ อ.ควนเนียง มีการนำระเบิด 4 ลูก ไปผูกไว้ที่โคนเสาไฟฟ้าทั้ง 4 ต้น แต่ยังไม่ระเบิด เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าไปทำการเก็บกู้เอาไว้ได้ ซึ่งระเบิดที่พบเป็นการก่อเหตุในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เกิดเหตุระเบิดที่ชายหาดแหลมสมิหลาเมื่อคืนนี้ โดยคนร้ายต้องการวางระเบิดเพื่อให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มลง

นายวีรนันท์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

“น่าจะเกี่ยวโยงกับการสร้างสถานการณ์ ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานอีกระยะหนึ่ง จึงจะสรุปได้” นายวีรนันท์กล่าว

“ได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เสี่ยงของ จ.สงขลา สูงสุด โดยเฉพาะใน อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งจะมีการจัดงานเคานต์ดาวน์ เพื่อเร่งสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องปิดพื้นที่ชายหาดแหลมสมิหลาอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเคลียร์พื้นที่จนกว่าจะมั่นใจว่าปลอดภัยสูงสุด” นายวีรนันท์กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชิญตัวนายอาแว สาเนาะ อายุ 48 ปี ที่บ้านพักเลขที่ 40/6 หมู่ 11 บ้านเกาะหมี ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปยังหน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 43 จ.ปัตตานี เพื่อขอความร่วมมือเกี่ยวกับข้อมูลของกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุลอบวางระเบิดที่ชายหาดแหลมสมิหลา และเสาไฟฟ้าแรงสูง ใน อ.บางกล่ำ และ อ.ควนเนียง จ.สงขลา เนื่องจากนายอาแว เคยเป็นอดีตแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา มาก่อน และอาจจะทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบที่มาปฏิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งนายอาแว ได้ให้ความร่วมมือเดินทางไปกับเจ้าหน้าที่ด้วยดี

ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวว่า จากการตรวจสอบวัตถุระเบิดที่หาดสมิหลาโดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จังหวัดสงขลา พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง โดยพบชุดควบคุมการจุดระเบิดเป็นนาฬิกาข้อมือยี่ห้อคาสิโอ 1 ชุด ภาชนะบรรจุดินระเบิดหลัก เป็นกล่องเหล็กกว้าง 4 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว หนา 2 นิ้ว ชิ้นส่วนสายไฟ ปลั๊กไฟตัวผู้ แบตเตอรี่ขนาด AA จำนวน 3 ก้อน ฝากล่องพลาสติก

ส่วนประเด็นและสาเหตุ พล.ต.ท.รณศิลป์ เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ของกลุ่มขบวนการ

“ส่วนเป้าหมายของการก่อเหตุ คนร้ายน่าจะมีเป้าหมายต้องการทำลายด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวของ จ.สงขลา ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะการวางระเบิดรูปปั้นนางเงือก ที่เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยว จังหวัดสงขลา ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพราะจะนิยมไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเมื่อมาเที่ยวที่จังหวัดสงขลา” พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าว

“รวมทั้งเป็นการตอบโต้มาตรการปราบปรามสินค้าหนีภาษีบริเวณแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ได้ส่งผลทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบเสียผลประโยชน์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของขบวนการบีอาร์เอ็น ที่มักจะก่อเหตุกับเมืองเศรษฐกิจ” พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าวเพิ่มเติม

ส่วนเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ กล่าวว่า “น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็น เนื่องจากก่อนหน้านี้ พบความเคลื่อนไหวของแกนนำมีการเข้ามาประชุมที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และได้มีการแจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับสถานการณ์”

ในวันนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยถึงเหตุระเบิดที่หาดสมิหลาพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อคืนวานนี้ โดยยืนยันได้ว่า ไม่ใช่เหตุระเบิดที่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เป็นการสร้างสถานการณ์เช่นเดียวกับเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมสั่งให้กำลังพลในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

นายพีรพัฒน์ พรหมเพศ อาชีพนักธุรกิจ ซึ่งเคยไปเที่ยวที่หาดสมิหลาที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่าวประณามคนร้ายว่า “คนจิตใจต่ำตมทำลายสิ่งที่คนสงขลารักและผูกพันมาเกินครึ่งศตวรรษนั้น ต้องไม่ใช่คนที่คิดดีต่อสังคม ต่อชาติ”

ย้อนเหตุการณ์ระเบิดในจังหวัดสงขลา

วันที่ 3 เมษายน 2548 เกิดระเบิดบริเวณลานจอดรถโรงแรมกรีนเวิลด์ พาเลซ ทำให้กระจกโรงแรมได้รับความเสียหาย รวมทั้งรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่อีกกว่า 10 คัน โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเหตุระเบิดที่สนามบินหาดใหญ่ และห้างคาร์ฟูร์หาดใหญ่

จากนั้นในวันที่ 2 สิงหาคม ปี 2551 ได้เกิดระเบิดในเขตเทศบาลนครสงขลาอีก 5 จุด คือที่ร้านอาหารดอกเตอร์คูล (Dr.Cool) ริมถนนชลาทัศน์ ป้อมตำรวจริมถนนชลาทัศน์ และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น 3 จุด คือ สาขาถนนประท่า สาขาถนนรามวิถีหน้าโรงเรียนแจ้งวิทยา และสาขาถนนทะเลหลวง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งในวันเดียวกันนั้น ก็เกิดเหตุระเบิดที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น 2 จุด ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ด้วยเช่นกัน

ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงมองว่ากลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในอำเภอหาดใหญ่ กับอำเภอเมืองสงขลา เป็นกลุ่มเดียวกันหรือมีความเชื่อมโยงกัน แต่เครือข่ายกลุ่มป่วนใต้ชุดนี้ถูกจับกุมไปเป็นจำนวนมาก ทำให้สถานการณ์ที่อำเภอเมืองสงขลาเงียบสงบมานานถึง 10 ปี ส่วนที่หาดใหญ่ก็ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นนานหลายปีแล้วเช่นกัน

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ