ตำรวจไทย ตั้งข้อหาชาวกัมพูชาโพสต์ดัดแปลงคำพูดโจมตีนายกไทย

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2018-06-01
Share
180601-TH-fakenews-1000.jpg พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการ บช.ทท. (สูทสีเทา) พูดคุยกับนายรัตนะ เฮง (เสื้อชมพู) ผู้ต้องหาชาวกัมพูชา ให้ยินยอมเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ยังประเทศไทย วันที่ 31 พฤษภาคม 61 (ภาพถูกเบลอโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ)
ขอบคุณภาพจากเวบไซต์ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

ในวันศุกร์นี้ เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ตั้งข้อหากับนายรัตนะ เฮง (Mr. Ratanak Heng) สัญชาติกัมพูชา ฐานละเมิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ด้วยการดัดแปลงคำพูดนายกรัฐมนตรีไทยว่า ให้ประชาชนเติมน้ำแทนน้ำมันหลังจากมีการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อสัปดาห์ก่อน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 กองบัญชาการการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) ได้ร่วมกันสืบสวนพบว่า นายรัตนะ เฮง เป็นเจ้าของและแอดมินเวบไซต์ภาษาไทย ชื่อ Ratstas.com ได้เผยแพร่ข่าวปลอมโจมตีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ โดยพาดหัวข่าวว่า “บิ๊กตู่ฟิวส์ขาด ด่ากราด ปชช. ไล่ให้เติมน้ำเปล่าแทนดีเซล อย่าโง่ วอนประชาชนอย่าเรื่องมาก” ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ และพลเอกประยุทธ์ ได้แสดงความขุ่นเคือง

การกระทำของนายรัตนะ เข้าข่ายความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน เจ้าพนักงานจึงได้ขอให้ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ และได้ประสานความร่วมมือไปยังทางการกัมพูชา เพื่อให้จับกุม ทำความเข้าใจ และให้เดินทางมามอบตัวเพื่อดำเนินคดีในประเทศไทย

เมื่อวานนี้ พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อประสานขอรับตัวนายรัตนะ จากตำรวจกัมพูชา มายังประเทศไทย ซึ่งนายรัตนะ ยินยอมเดินทางมามอบตัวและยินยอมบินมายังประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน ที่ บก.ปอท. แต่ได้ให้การปฏิเสธและได้รับอนุญาตให้ประกันตัวไปในวงเงิน 1 แสนบาท

“ผมขอโทษประเทศไทยที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ผมรู้สึกเสียใจที่เปิดเวบไซต์แล้วแต่มีคนอีกคนหนึ่ง เอาเวบไซต์ผมไปใช้ ทำให้มีความเสียหายเกิดขึ้น” นายรัตนะ เฮง ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวานนี้

ทั้งนี้ พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการ บก.ทท.1 กล่าวกับเบนาร์นิวส์ว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการประสานข้อมูลด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีอยู่แล้ว ซึ่งการดำเนินการประสานความร่วมมือดังกล่าวเป็นการดำเนินการภายใน และมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และผู้ต้องหา ขณะที่ตัวผู้ต้องหาก็ยินดีที่จะเดินทางมายังประเทศไทยด้วยความสมัครใจ ไม่ได้มีการบีบบังคับใดๆ

หากพบว่ากระทำความผิดจริง นายรัตนะ อาจจะได้รับโทษจำคุกสูงสุดไม่เกินห้าปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท.ให้สัมภาษณ์กับเบนาร์นิวส์ทางโทรศัพท์ ถึงผลการสอบสวนในเบื้องต้นว่า ผู้ต้องหายังให้การณ์ปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่มีความรู้ด้านภาษาไทย แต่ได้กล่าวพาดพิงถึงหุ้นส่วนชาวกัมพูชาชื่อ หลุยส์ ว่ามีส่วนสนับสนุน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามเชิญตัวมาสอบสวนต่อไป

“ผู้ต้องหาเดินทางมากับเจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชา เราแจ้งข้อหาตามความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) และให้ประกันตัวไปในวงเงิน 100,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่กัมพูชา ยืนยันว่าจะนำตัวผู้ต้องหามาให้ เมื่อถูกเรียกตัวหรือส่งฟ้องต่อศาล” พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวกับเบนาร์นิวส์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหาคนไทย 6 ราย ซึ่งเป็นผู้แชร์ข้อความดังกล่าว ให้มาพบพนักงานสอบสวนที่ บก.ปอท. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาการกระทำความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ฐานเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือก่อความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

“เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น การกระทำแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก เพราะทำให้บ้านเมืองสับสน ประเทศชาติสับสน แบบนี้ต้องหยุด ต้องยกเลิก” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช. บก.ทท. กล่าวทิ้งท้าย

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ