ป.ป.ช.ชี้ไม่มีมูลเอาผิดรองนายกฯ ประวิตร กรณีนาฬิกาหรู

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2018-12-27
Share
181227-TH-prawit-800.jpg พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กลาง) เดินทางถึงสโมสรทหารบก กรุงเทพฯ เพื่อร่วมการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีและพรรคการเมือง วันที่ 7 ธันวาคม 2561
รอยเตอร์

ในวันพฤหัสบดีนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลการพิจารณากรณีครอบครองนาฬิกาและแหวนโดยไม่แจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ​รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 3 เสียง เห็นว่า พลเอกประวิตร ไม่มีความจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือแจ้งข้อมูลเป็นเท็จ

เมื่อเดือนธันวาคม 2560 ประเด็นการครอบครองนาฬิการาคาแพง และแหวนเพชร แต่ไม่แจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หลังการเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นที่สนใจของประชาชนและสื่อมวลชน หลังจากที่ปรากฎภาพพลเอกประวิตรสวมใส่นาฬิกายี่ห้อ ริชาร์ด มิลล์ และแหวนเพชร ระหว่างการถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล นำไปสู่การสืบค้นของประชาชน และพบว่า พลเอกประวิตร เคยมีภาพสวมใส่นาฬิการาคาแพงกว่า 20 เรือน กระทั่งเรื่องดังกล่าวถูกเสนอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า พลเอกประวิตรมีความจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือไม่

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงต่อสื่อมวลชนที่สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า ผลการประชุม ป.ป.ช.มีมติว่า พลเอกประวิตรไม่มีความจงใจปกปิดหรือแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ

“กรณีนาฬิกาจากพยานหลักฐานข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 3 ว่า กรณียังไม่มีมูลเพียงพอว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ จงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการอันควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินนั้น” นายวรวิทย์ กล่าว

“โดยกรรมการเสียงข้างน้อยเห็นว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม นอกจากนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติให้แจ้งข้อมูลนาฬิกา 22 เรือน ต่อกรมศุลกากร เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป… ประเด็นแหวน มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า กรณีไม่มีมูลเพียงพอว่าพลเอกประวิตรจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ” นายวรวิทย์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ หลังจากที่ประเด็นนาฬิกาและแหวนเพชรเป็นที่สนใจ พลเอกประวิตร เคยได้ชี้แจงว่า นาฬิกาทั้งหมด 22 เรือนในภาพข่าวหลายเหตุการณ์ ได้ยืมจาก นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท และได้คืนไปหมดแล้ว ขณะแหวนเป็นมรดกของบิดา และมารดามอบให้

ต่อมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบว่า พลเอกประวิตรจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ และหลังจากที่ ป.ป.ช. รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นคณะกรรมการตรวจสอบกรณีดังกล่าว เนื่องจาก เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ทำงานร่วมกับพลเอกประวิตร ในรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 พลเอกประวิตร เคยกล่าวต่อสื่อมวลชนว่า หาก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าตนเองมีความผิดจากกรณีครอบครองนาฬิกาและแหวน จะลาออกทันที

“มันวนกัน เรือนเก่ามา ก็ไม่เป็นไรให้ ป.ป.ช. เขาสอบแล้วกัน คือถ้าสอบ ชี้ผมผิด ผมก็ออก ไม่มีนอยด์ ไม่มีอะไร เพราะว่าผมไม่มีอะไร ก็พูดกันไป พูดยังไงก็พูดได้ ไม่มีหรอก ผมมีเพื่อน ไม่ได้ซื้อมาฝาก เอามาให้ผมใส่ แค่นั้นเอง คืนหมดทุกเรือน ไปแทรกแซงอะไรไม่ได้หรอก เพราะว่าเขาเป็นองค์กรที่มีการดำเนินการเป็นตามขั้นตอนของเขา... ให้เขาตรวจสอบให้เสร็จสิ้น ก็ได้ชี้แจงแล้ว” พลเอกประวิตรกล่าว

อย่างไรก็ตาม การแถลงวันนี้ สื่อมวลชนได้ตั้งคำถามต่อนายวรวิทย์ ในประเด็นว่า การที่พลเอกประวิตรยืมนาฬิกาจากเพื่อนมาสวมใส่ถือเป็นความผิดเข้าข่าย เจ้าหน้าที่รัฐรับของที่มีมูลค่ามากกว่า 3 พันบาท ซึ่งขัดต่อกฎหมายหรือไม่ โดยนายวรวิทย์ ระบุว่า การตรวจสอบประเด็นดังกล่าวมีคณะทำงานคณะอื่นของ ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบอยู่

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ