ชาวบ้านนับพันร่วมงาน “Spark U สามจังหวัดชายแดนใต้” เสริมสร้างพลังสามัคคี

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
2018-12-17
Share
181217-TH-spark-620.jpg หนุ่มสาวร่วมแสดงในมหกรรม Spark U สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ริมกำแพงเมืองเก่ายะหริ่ง ปัตตานี วันที่ 17 ธันวาคม 2561
มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์

วัยรุ่นหนุ่มสาวและชาวบ้านนับพัน ไปร่วมงานมหกรรม Spark U สามจังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มดอกไม้ยิ้ม ยะลา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่จัดขึ้นในวันจันทร์นี้ ที่บริเวณกำแพงข้างประตูวังยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เพื่อ “ร้อยสายใย ด้วยหัวใจมลายู รวมพลังปลุกใจเมืองใต้ สร้างพื้นที่สุขภาวะให้หัวใจเป็นหนึ่งเดียว”

ในมหกรรม Spark U มีการแสดงดนตรี การขับร้องเพลงอานาซีดแบบมลายู การแสดงพื้นบ้านมโนราห์จากพัทลุง การแสดงหมอลำสินไซ โมเดลจากจังหวัดขอนแก่น กลุ่มหน่อไม้หวานจากจังหวัดเลย รวมทั้งการจัดแสดงนิทรรศการอาหารพื้นบ้าน การทำผ้ามัดย้อม  งานประดิษฐ์ งานหัตถกรรม โดยที่ผู้เข้าชมได้ร่วมทำกิจกรรมด้วย

นายมานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวว่า กิจกรรม Spark U นี้ เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนทำงานด้านเด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการเปิดพื้นที่ชุมชนเป็น 4 ห้องเรียนแห่งการเรียนรู้ ซึ่งห้องเรียนที่ 1 อยู่ที่บ้านมะรวด ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ห้องเรียนที่ 2 อยู่ที่บ้านป่าหลวง ต.ยามู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ห้องเรียนที่ 3 อยู่ที่บ้านปูยู ต.ปูยุด อ.เมือง จ.ปัตตานี และห้องเรียนที่ 4 อยู่ที่บ้านท่าแร่ ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี

นอกจากนี้ ยังมีภาคีเครือข่ายจากพื้นที่อื่นๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ อีก 7 ภาคีเครือข่าย เช่น กลุ่มพัทลุงยิ้ม จ.พัทลุง กลุ่มสงขลา ฟอรั่ม จะนะ กลุ่มสวนกรง สุราษฎร์ธานี และกลุ่มอื่นๆ จากขอนแก่น เลย และร้อยเอ็ด โดยร่วมลงพื้นที่เรียนรู้ห้องเรียนทั้งสี่แห่งในปัตตานี

“กิจกรรมในแต่ละพื้นที่เป็นเครื่องมือในการปลูกพลัง แรงบันดาลใจ ร้อยสายใย ด้วยหัวใจมลายู บนความงดงามของอัตลักษณ์ที่หลากหลายของดินแดนใต้ ที่จะขับเคลื่อนพลังของเยาวชนในการสร้างสรรค์สังคมและสันติภาพ” นายมานพ กล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ร่วมลงพื้นที่ศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรียนรู้จักพื้นที่ประวัติศาสตร์ พื้นที่ปฏิบัติจริง ทั้ง 4 ห้องเรียน 4 ชุมชน ก่อนที่แต่ละชุมชนจะยกห้องเรียนมาจัดแสดงร่วมกัน ที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เนรมิตถนนหน้าวังเจ้าเมืองยะหริ่งเป็นถนนสายวัฒนธรรม ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมการแสดงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และร่วมทำกิจกรรมหลากหลายตามที่กล่าวมา

ทั้งนี้ มหกรรม Spark U สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยสายใยด้วยหัวใจมลายู ครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ Spark U ใช่เลย ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องในระยะที่สอง ต่อจากโครงการ Spark U ปลุกใจเมืองใต้ ในระยะที่ 1 ในช่วงปี 2559 ถึง 2560 โดยในปีนี้ โครงการได้ดำเนินกิจกรรมปลูกใจ เมืองใน 7 จังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี

“ทั้งหมดนี้เป็นการระลึกถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ วัฒนธรรมและการละเล่น มีปรากฏอยู่ใน 7 หัวเมืองในอดีต และในอดีต พื้นที่สามจังหวัดมีการปกครอง โดย 7 หัวเมือง หนึ่งใน 7 หัวเมืองนี้ คือ ยะหริ่งเป็นเมืองเก่า วัฒนธรรมทั้งหมด เรายังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันเดิมจากอดีตทั้งหมดอยู่ถึงปัจจุบัน” พ.ต.ต.ไซด์ยิดอันวา อันดิสรุส นายกเทศมนตรีเทศบาลยะหริ่ง ปัตตานี กล่าว

นายปริพนธ์ วัฒนขำ กลุ่มหน่อไม้หวาน และเป็นเครือข่าย Spark U จังหวัดเลย กล่าวว่า ตนเองอยู่ภาคอีสาน วันนี้มาให้กำลังใจเครือข่าย Spark U ใต้ และได้นำวัฒนธรรมที่เป็นเพลงอีสาน และมีการแต่ง เพลง Spark มลายู ที่เพิ่งแต่งขึ้นสดๆ มาร้องเป็นกำลังใจอีกด้วย

“ได้เห็นวิถีวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวใต้ รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องราวเดียวกันจากทุกๆ ภาค กลุ่มพี่น้องชาวใต้มีความเข้มแข็ง แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ที่บอบบางก็ตาม” นายปริพนธ์กล่าว

ด้านนายริสมี ยีดารอมา ได้นำภูมิปัญญาการสลักลายไม้ จากบ้านปาเระ ต.บาราโหม อ.เมือง จ.ปัตตานี มาแสดงในงานด้วย

“การแกะสลักไม้ นับเป็นแหล่งเดียวที่มีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะแกะสลักไม้เป็นเครื่องใช้โบราณ ทั้งกระต่ายขูดมะพร้าว โต๊ะวางพระคัมภีร์อัลกุรอาน (ฆาฮา) ภาชนะใส่กับข้าวของชาวประมงเวลานั่งเรือออกทะเล (จือปู)” นายริสมี กล่าว

“วันนี้ ก็ได้นำมาจัดแสดงให้พี่น้องภาคีเครือข่ายที่มาจาก 4 ภาค ได้เห็น เขาก็ตกใจกับสิ่งที่ได้นำมาโชว์ ซึ่งปัจจุบันงานฝีมือในลักษณะนี้ ไม่ค่อยมีคนรุ่นหลังทำได้ แม้กระทั่งจะหาผู้ที่มาเรียนและฝึกฝนที่จะสอนให้คนรุ่นหลัง ปัจจุบันเรายังหาไม้ได้เลย” นายริสมี กล่าวเพิ่มเติม

ส่วนราคา เช่น กระต่ายขูดมะพร้าวอยู่ที่ 2,000-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับเนื้องาน และขนาด ซึ่งสามารถขายได้เรื่อยๆ จากการนำไปจัดแสดงโชว์สินค้าในงานต่างๆ

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ