พาณิชย์สั่งห้ามส่งออกหมู 3 เดือนเพื่อแก้ปัญหาราคาเนื้อหมูแพง

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2022.01.06
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
พาณิชย์สั่งห้ามส่งออกหมู 3 เดือนเพื่อแก้ปัญหาราคาเนื้อหมูแพง ผู้คนเดินชมสินค้าอาหารและหมูย่าง ในระหว่างเทศกาลอาหารในกรุงเทพ วันที่ 28 ธันวาคม 2562
เอเอฟพี

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้ค้าสุกรในประเทศไทยส่งออกสุกรมีชีวิตเป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม 2565 นี้ หลังจากประเทศต้องประสบปัญหาราคาเนื้อหมูแพง ขณะที่นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุจะใช้เวลาแก้ปัญหาหมูแพงภายใน 4 เดือน 

นายจุรินทร์ กล่าวในการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ครั้งที่ 1/2565 ว่า หลังจากที่ประเทศไทยประสบปัญหาราคาเนื้อหมูมีราคาแพง จึงได้พิจารณาใช้มาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นการงดส่งออกชั่วคราวจนถึงวันที่ 5 เมษายน 2565 

“ห้ามส่งออกเบื้องต้นเป็นเวลา 3 เดือนชั่วคราว แล้วจะพิจารณาต่อไปถ้ามีความจำเป็นก็อาจต้องมีการขยายเวลาออกไป… เร่งขอให้กรมปศุสัตว์ส่งเสริมให้เกษตรกรได้เลี้ยงหมูเพื่อป้อนหมูเข้ามาให้เพียงพอกับความต้องการให้เร็วที่สุด” นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ ระบุว่า มาตรการที่จะใช้แก้ปัญหายังมีการสั่งให้ผู้เลี้ยงสุกรที่มีปริมาณเกิน 500 ตัว, ผู้ค้าส่งที่มีปริมาณเกิน 500 ตัว, ห้องเย็นที่มีการเก็บสต๊อกเกิน 5,000 กิโลกรัม ต้องแจ้งปริมาณสุกรในการดูแลของตนเองให้กระทรวงฯ ทราบทุก 7 วัน เพื่อให้กระทรวงทราบปริมาณสุกร และเนื้อหมูที่แท้จริงในประเทศ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบร้านขายเนื้อหมู โดยผู้ขายต้องติดป้ายราคาให้ชัดเจนและห้ามขายเกินราคา 

ด้านนายประภัตร ระบุว่า สาเหตุที่สุกรขาดแคลนมาจากความเข้มงวดของรัฐบาลไทยต่อผู้เลี้ยงสุกรสืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ในประเทศเพื่อนบ้าน, การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการบริโภคสุกรลดลง, ต้นทุนอาหารสัตว์ และยารักษาโรคในสุกรปรับสูงขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้เลี้ยงสุกรลดปริมาณการเลี้ยงสุกรลง ปริมาณเนื้อหมูที่เข้าสู่ตลาดจึงน้อยลง จนเกิดภาวะขาดแคลน 

“เราขอความร่วมมือจากฟาร์มใหญ่ โดยให้เขาผลิตลูกหมูเพิ่มขึ้นอีกสักล้านตัวเพื่อให้รายย่อย ประมาณ 1.8 แสนรายเอาหมูไปเลี้ยง ธ.ก.ส พร้อมที่จะสนับสนุนเงินทุน… คาดว่าภายใน 4 เดือนจำนวนสุกรขุนจะเพิ่มขึ้นและราคาปรับเข้าสู่ภาวะปกติ” นายประภัตร กล่าว แลระบุว่า ปี 2563-2564 ไทยมีผู้เลี้ยงสุกร 190,000 ราย ในนั้น 10,000 รายเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่และกลาง ขณะที่ 180,00 0 ราย เป็นประกอบการขนาดเล็ก 

ทั้งนี้ จากกการประเมินของกระทรวงพาณิชย์ เชื่อว่า ปี 2565 จะมีสุกรในประเทศเหลือเพียง 13 ล้านตัว แต่ความต้องการในการบริโภคในประเทศยังอยู่ที่ 18 ล้านตัว ขณะที่ในปี 2564 ประเทศไทยมีจำนวนสุกรมีชีวิต 19 ล้านตัว ซึ่งมีความต้องการบริโภคในประเทศ 18 ล้านตัว และส่งออกต่างประเทศ 1 ล้านตัว 

ด้านนายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวกับสื่อมวลชนว่าปัญหาหลักของการที่สุกรขาดตลาดมาจากโรคระบาด ประกอบกับราคาอาหารสุกรที่สูงขึ้นกว่าเดิม 30 เปอร์เซ็นต์ 

“ปริมาณหมูในประเทศลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุหลักมาจากปัญหาโรคระบาดในหมูหลายโรคซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตหมูมา 2 ปีแล้ว ปัญหาหลัก ๆ มาจากโรคระบาดรุนแรงมากกว่าปัจจัยเรื่องราคาอาหารสัตว์เพราะต้นทุนอาหารควบคุมได้ กรมการค้าภายในขอความร่วมมือให้จำหน่ายหมูในราคากิโลกรัมละ 150 บาท แต่เอกชนทำไม่ได้เพราะต้นทุนการเลี้ยงเฉลี่ยสูงเกินกว่าปกติไปแล้ว”​ นายสุรชัย กล่าว 

จากการสำรวจของเบนาร์นิวส์ ในวันพฤหัสบดีนี้ พบว่าราคาขายเนื้อหมูในห้างสรรพสินค้าอยู่ที่กิโลกรัมละ 180-200 บาท ขณะที่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2564 เนื้อหมูมีราคาเพียงกิโลกรัมละ 160-170 บาท และในเดือนธันวาคม 2563 เนื้อหมูมีราคาอยู่กิโลกรัมละ 130-140 บาท ขณะเดียวกัน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ระบุว่า ปัจจุบัน ราคาขายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเฉลี่ยที่กิโลกรัมละ 105 บาท โดยในปี 2563 มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 72 บาท ขณะที่ ปี 2562 มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 66 บาท

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ